วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อัสซุสส่งกราฟิกการ์ดรองรับภาพ 3 มิติรุ่นแรกของโลก

อัสซุสส่งกราฟฟิกการ์ดรุ่น ENGTX460 รุ่นแรกของโลกที่สามารถรองรับระบบภาพ 3 มิติ พร้อมเพิ่มคุณภาพกราฟิกให้มีความละเอียดมากขึ้น เสริมด้วยระบบรักษาอุณหภูมิสุดอัจฉริยะที่สามารถป้องกันความเสียหายของระบบขณะใช้งาน


นายปกรณ์ พฤทธิบูรณ์สกุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเพ่น แพลทฟอร์ม (Open Platform – OPBG) บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า อัสซุสพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สนองความต้องการของผู้ใช้ และยังสร้างความแตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะรุ่น ENGTX460 เป็นกราฟิกการ์ดรุ่นล่าสุด เปิดตัวพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครันสมบูรณ์แบบเป็นรายแรกในตลาดโลก

ประกอบไปด้วยฟีเจอร์เฉพาะของอัสซุส Voltage Tweak ช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าของ GPU, หน่วยความจำวิดีโอ และวงจรไฟฟ้าของบอร์ด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นเฉลี่ยถึง 50% เหนือกว่าการ์ดทั่วไปในท้องตลาด DirectCU ระบบระบายความร้อนด้วยทองแดงบริสุทธิ์ที่เชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับแกน GPU ทำให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้นเฉลี่ยถึง 20% ให้ความทนทานต่อการโอเวอร์คล็อกและช่วยยืดอายุการใช้งาน นอกจากนั้น ยังมีระบบ GPU Guard ป้องกันความเสียหายให้กับแผงวงจรเป็น 2 เท่า รวมถึง Fuse Protection ที่ป้องกันกระแสไฟฟ้าที่ไม่ปกติได้อย่างดีเยี่ยม

“ด้วยความสมบูรณ์ของคุณสมบัติดังกล่าว เรามั่นใจว่ากราฟฟิกการ์ดรุ่นนี้จะเป็นพระเอกที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กลุ่มธุรกิจ โอเพ่น แพลทฟอร์ม (Open Platform – OPBG) ของอัสซุสในไตรมาส 3 ได้เป็นอย่างดี” คุณปกรณ์ กล่าว

กราฟิกการ์ด ASUS ENGTX460 รองรับระบบปฏิบัติการ Windows® 7 และ DirectX11 ด้วยความละเอียดระดับ 2560 x 1600 ขึ้นไป ทำให้การเล่นเกมที่ต้องการความละเอียดสูงมีชีวิตชีวามากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นรุ่นแรกของโลกที่สามารถรองรับระบบภาพสามมิติจาก 3D Vision Surround อีกด้วย

อัสซุสกราฟิกการ์ด รุ่น ENGTX460 เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันด้วย 4 โมเดล 4 ระดับความสามารถ ให้เลือกตามความเหมาะสมของการใช้งาน ซึ่งประกอบไปด้วย ENGTX460 DirectCU TOP/2DI/1GD5, ENGTX460 DirectCU/2DI/1GD5, ENGTX460 DirectCU TOP/2DI/768MD5 และ ENGTX460/2DI/768MD5 พร้อมให้คอเกม และนักโอเวอร์คล็อก ทั้งมือใหม่และมือเก๋า ได้ทดลองสัมผัสได้แล้ววันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายอัสซุสทั่วประเทศ

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ตะลึง!!! โน้ตบุ๊คราคาแค่ 1,300 บาท

หากคุณเคยเดินเข้าไปในแผนกขายของเล่นภายในห้างสรรพสินค้า คุณน่าจะเคยเห็นของเล่นที่มีลักษณะคล้ายโน้ตบุ๊ค ตัวเครื่องมีหน้าจอและคีย์บอร์ดที่สามารถเปิดขึ้นมาเล่นเกมส์ง่ายๆ ได้ พร้อมสวิทช์เปิดปิด ซึ่งจะว่าไปห่างชั้นกับคอมพิวเตอร์จริงๆ มาก แต่ราคาของมันกลับไม่ถูกอย่างที่คิดทั้งๆ ที่เป็นของเล่นแท้ๆ ล่าสุดมีบริษัทในฮ่องกงเปิดขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในอีเบย์ที่มีราคาเพียง 40 เหรียญฯ หรือประมาณ 1,300 บาทเท่านั้น...อุ๊ปส์



สำหรับโน้ตบุ๊คที่มีราคา 40 เหรียญฯนี้ ไม่ใช่ของเล่นที่พูดถึงข้างต้น แต่เป็นคอมพิวเตอร์จริงๆ ที่สามารถใช้งานได้ โดยตัวเครื่องทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows CE โพรเซสเซอร์ ARM VIA 300MHz หน่วยความจำ 128KB พร้อมสตอเรจ 2GB หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล แถมยังมีลำโพงคู่อยู่ด้านข้างของหน้าจอให้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น มันยังมีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ Ethernet และ USB อีก 2 พอร์ต (ของถูกอย่างนี้ยังมีเลย แต่ iPad กลับไม่มีซะงั้น) เชื่อมต่อเน็ตไร้สาย Wi-Fi และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SD



ไม่น่าเชื่อว่า คุณสมบัติทั้งหมดนี้จะรวมกันออกมา เพื่อจำหน่ายได้ในราคาแค่ 40 เหรียญฯเท่านั้น ประเด็นคือ มันจะทนทานแค่ไหน และประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อต่างๆ แบตเตอรี่ได้คุณภาพ หรือไม่? ตลอดจนแอพพลิเคชันที่ใช้งานได้จะมีอะไรบ้าง ประเด็นเหล่านี้คงต้องการคำตอบอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม มันได้พิสูจน์ว่า โน้ตบุ๊คที่มีราคาแค่ 40 เหรียญฯเป็นไปได้ แต่ทำไม OLPC ทำให้ราคาต่ำกว่า 100 เหรียญฯ ไม่ได้สักที

ข้อมูลจาก: Ebay



ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ดาวน์โหลด IE8 เวอร์ชั่นการกุศล กับสภากาชาดไทย



ไมโครซอฟท์ประเทศไทย จับมือกับสภากาชาดไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับดันให้เยาวชนได้เห็นถึงคุณค่าของการบริจาคโลหิตผ่านโครงการ Turn Off The Heat, Turn On The Heart โดยมีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่เว็บไซต์และข้อมูลสภากาชาดไทยผ่าน Internet Explorer 8

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Turn Off The Heat, Turn On The Heart สามารถดาวน์โหลด IE8 เวอร์ชัน สำหรับสภากาชาดไทยได้ ที่นี่

ซึ่งจะมี ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับบริจาคโลหิต รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆของทางสภากาชาด ผ่านทาง Favorite และ Web Slice (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Web Slice คลิกที่นี่)

1. Red Cross Web Slice: ข่าวสารอัพเดทตรงจากทาง http://www.redcross.or.th/ แสดงผลบน Favorite Bar ประกอบด้วย ตารางการรับบริจาคโลหิต การรับบริจาคโลหิต ดวงตา ร่างกาย และเงิน ข่าวสารประชาสัมพันธ์จากสภากาชาดไทย

2. Red Cross Favorite: เป็นการรวบรวมลิ๊งค์ต่างๆของหน่วยงานอื่นๆในสภากาชาดไทย เช่นศูนย์รับบริจาค และ โรงพยาบาลต่างๆ

สำหรับผู้ที่ใช้ IE8 อยู่แล้วก็สามารถสามารถที่จะติดตั้ง Web Slices ของสภากาชาดไทยได้โดยการไปที่เว็บ www.redcross.or.th เลือกคลิกตรง Command Bar หรือกด Alt+J แล้วเลือกหัวข้อ บริจาคกับสภากาชาดไทย, ข่าวสภากาชาดไทย และ บริจาคโลหิตสภากาชาดไทย จากนั้น คลิก Add to Favorites Bar เพื่อเพิ่มรายการตามต้องการ

เมื่อมีข่าวสารอัพเดทจากทางสภากาชาดไทย หัวข้อ Web Slices จะเปลี่ยนเป็นตัวอักษรแบบหนา เมื่อคลิกที่ Web Slices ของการบริจาคโลหิต ตารางการรับบริจาคจะปรากฎขึ้นมา



รายชื่อหน่วยงานต่างๆในสภากาชาดไทย

สภากาชาดไทย: http://www.redcross.or.th/
หลักการกาชาด(ไทย): http://www.redcross.or.th/content/page/45
หลักการกาชาด(อังกฤษ): http://english.redcross.or.th/content/page/45
Facebook สภากาชาดไทย: http://www.facebook.com/ThaiRedCross
Twitter สภากาชาดไทย: http://twitter.com/thairedcross
แผนที่และโทรศัพท์ สภากาชาดไทย: http://www.redcross.or.th/contact
บริจาคโลหิต : http://www.redcross.or.th/donate/blood
บริจาคดวงตา: http://www.redcross.or.th/content/page/50
บริจาคอวัยวะ: http://www.redcross.or.th/content/page/52
บริจาคสเต็มเซลล์ : http://www.redcross.or.th/donate/blood
บริจาคร่างกาย: http://www.redcross.or.th/content/page/51
บริจาคเงิน Online: http://www.redcross.or.th/donation/moneydonate_internet.php
สมาชิกสภากาชาดไทย: http://www.redcross.or.th/content/page/1087
อาสาสมัครสภากาชาดไทย: http://www.redcross.or.th/content/page/1107
สมัครงานกับสภากาชาดไทย: http://job.redcross.or.th/
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ: http://blood.redcross.or.th/
ศูนย์ดวงตา: http://www.eyebankthai.com/
ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ: http://www.organdonate.in.th/
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์: http://www.chulalongkornhospital.go.th/
โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา: http://www.somdej.or.th/
วิทยาลัยพยาบาล สภากาชาดไทย: http://www.trcn.ac.th/
ศูนย์วิจัยโรคเอดส์: http://www.trcarc.org/
ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สวางคนิวาส: http://www.redcross.or.th/content/page/117
ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย: http://www.redcross.or.th/content/page/119
สถานเสาวภา สวนงู: http://www.saovabha.com/
สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์: http://www.rtrc.in.th/
สำนักงานอาสากาชาด : http://www.redcross.or.th/content/page/113
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย: http://www.princess-pa-foundation.or.th/
สำนักงานยุวกาชาด: http://www.thaircy.org/
มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย: http://www.redcross.or.th/content/page/120
เหล่ากาชาดจังหวัด: http://chapter.redcross.or.th/
สำนักงานหารายได้: http://www.redcross.or.th/content/page/111
สำนักงานจัดการทรัพย์สินของสภากาชาดไทย: http://property.redcross.or.th/
บริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ รพ.จุฬาฯ: http://www.chulalongkornhospital.go.th/ecc/
ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม: http://www.queensirikitcentreforbreastcancer.com/
ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน จ.ตราด สถานที่ตากอากาศและพิพิธภัณฑ์: http://www.redcross.or.th/khaolan/

credit : ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กำเนิด...ซอสหอยนางรม



ซอสหอยนางรม


เกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ทางตอนใต้ของประเทศจีน ค้นพบโดยชาวจีนกวางตุ้งที่อยู่ริมทะเล พบว่าหอยนางรมที่ถูกน้ำพัดขึ้นมาอยู่ริมฝั่งนั้น บางตัวมีกลิ่นหอมผิดปกติ นานเข้าจึงได้เรียนรู้ว่าที่มีกลิ่นหอมผิดปกตินั้นเพราะหอยนางรมถูกทิ้งไว้ริมทะเลเป็นเวลานานและเกิดกระบวนการบ่มหมักโดยธรรมชาติ จากนั้นชาวจีนกวางตุ้งจึงได้ริเริ่มการนำหอยนางรมมาหมักเพื่อการประกอบอาหาร และพัฒนาขึ้นเป็นซอสหายนางรมในที่สุด


ซอสหอยนางรมเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไร

สมัยปลายราชวงศ์ชิงประเทศจีนก็เข้าสู่ยุคเข็ญ แม้แต่เพลงชาติจีนทุกวันนี้ ที่ได้ถูกแต่งขึ้นในยุคแห่งการปฏิวัติยังมีเนื้อร้องท่อนหนึ่งว่า “ประชาชาติจีนได้มาถึงยุคที่ลำบากที่สุดแล้ว” มีทั้งภัยการรุกรานจากต่างชาติ และภัยธรรมชาติต่างๆ อีกมากมาย ชาวจีนทางใต้จึงได้พากันอพยพออกจากประเทศโดยชาวจีนที่อพยพออกจากประเทศมากที่สุดก็คือชาวกวางตุ้ง เพราะอาศัยอยู่ที่เมืองท่ากว่างโจวซึ่งรัฐบาลจีนประกาศให้เป็นเมืองท่าติดต่อกับต่างประเทศได้
เมื่อชาวจีนเหล่านี้อพยพเข้าสู่ประเทศไทย ก็ได้นำศิลปะในการปรุงอาหารจีนติดตัวมาด้วย แต่ในเบื้องแรกก็ยังไม่มีการผลิตซอสหอยนางรมขึ้นในประเทศไทย แต่ต้องนำเข้าและก็เป็นไปโดยยากลำบากตั้งแต่เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้น จนกระทั่งเมื่อเกิดการปฏิวัติประเทศจีนโดยพรรคคอมมิวนิสต์ในปี 1949 การนำเข้าซอสหอยนางรมก็หยุดชะงักไปในที่สุด ในช่วงเวลานั้นเองคนจีนประเทศไทยจึงได้ริเริ่มการทำซอสหอยนางรมขึ้นเป็นครั้งแรก แต่กระนั้นซอสหอยนางรมก็ยังใช้กันในวงแคบในหมู่คนจีนเท่านั้น มีจำหน่ายอยู่ในย่านเยาวราช ตลาดเก่า บางรัก ซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนเท่านั้น ในกาลต่อมาซอสหอยนางรมถึงจะแพร่หลายอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเป็นที่นิยมของคนไทยที่มีไว้ติดครัวแทบทุกเรือน

ซอสหอยนางรมที่ดีเป็นอย่างไร

เนื่องจากซอสหอยนางรมนั้น เกิดจากกระบวนการนำหอยนางรมมา หมัก หรือ บ่ม จนกระทั่งเกิดกลิ่นหอมและรสชาติที่กลมกล่อมขึ้น จากนั้นจึงนำมาปรุงเข้ากับเครื่องปรุงต่างๆ เพื่อให้เหมาะกับการเป็นซอสปรุงอาหาร ดังนั้นซอสหอยนางรมที่ดีจึงควรมีกลิ่นหอมหอยนางรม เพราะถ้าเกิดจากการหมักหอยนางรมจริงก็ต้องมีกลิ่นหอยนางรมอยู่ด้วย และต้องไม่ใช่กลิ่นจากสารเคมีหรือสารปรุงแต่งอื่นๆ ซึ่งนิยมกันมากในประบวนการอุตสาหกรรมปัจจุบัน เพราะประหยัดต้นทุนและง่ายในการผลิต แต่สามารถจำแนกได้โดย กลิ่นหอมที่ได้จากการหมักจะยังคงอยู่แม้ถูกความร้อน แต่กลิ่นหอมที่ได้จากสารเคมีปรุงแต่งเมื่อถูกความร้อนกลิ่นจะจางหายไป

การเก็บรักษา

1. เมื่อยังไม่เปิด ไม่ควรเก็บไว้ในที่โดนแสงแดด หรือ ความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิห้อง เช่นวางไว้ข้างเตา จะได้ทำซอสหอยนางรมหมดอายุก่อนเวลาอันควร

2. เมื่อเปิดใช้แล้วควรเก็บไว้ในที่เย็น
credit : ซอสหอยนางรมสูตร พรีเมี่ยม ตรา นกบิน